หลาย ๆ คนที่ประสบปัญหาสิวอักเสบ และเมื่อสิวหายแล้ว ก็จะทิ้งร่องรอยเป็นหลุมให้เห็นบนใบหน้า ซึ่งยากต่อการรักษาให้หายสนิท แต่ปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพหลายวิธี และหนึ่งในนั้นคือการทำ Subcision หลุมสิว ดังนั้น ในบทความนี้ Dr. Bank จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Subcision รักษาหลุมสิว คืออะไร ประเภทของหลุมสิวที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้ ขั้นตอนการทำ ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง รวมถึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาด้วย Subcision มาไขข้อสงสัยของคุณกันในบทความนี้เลย!
Subcision หลุมสิว คืออะไร
Subcision คือหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษารอยแผลเป็นชนิดหลุมสิว โดยเป็นการตัดเนื้อเยื่อพังผืดที่ดึงรั้งใต้ผิวหนังออก ทำให้ผิวหน้าที่เป็นหลุมสิวกลับมาเรียบเนียนขึ้น หัตถการนี้มีความเสี่ยงต่ำ มักนิยมทำร่วมกับวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การเลเซอร์หลุมสิว การฉีดฟิลเลอร์หรือการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ทำให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น โดยเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวที่เกิดจากพังผืดดึงรั้งใต้ผิวหนัง
พังผืดหลุมสิว คืออะไร
พังผืดหลุมสิว คือการเกิดเนื้อเยื่อแข็งใต้ผิวหนังที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายพยายามซ่อมแซมบาดแผลหรือการอักเสบรุนแรง เช่น จากสิวอักเสบขนาดใหญ่ ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมานี้มีการจัดเรียงตัวที่ผิดปกติ ทำให้เกิดการแข็งตัวและดึงรั้งผิวหนังด้านบน ส่งผลให้เกิดเป็นหลุมสิว เปรียบเสมือนแผลเป็นแข็ง ๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเมื่อมีการอักเสบของสิวมีโพรงหนองใต้ผิวและเมื่อสิวหาย ผิวหนังจะยุบตัวในบริเวณนั้น
การทำ Subcision เหมาะกับหลุมสิวประเภทไหนบ้าง
การรักษาด้วย Subcision เหมาะกับหลุมสิวหลายประเภท แต่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดกับหลุมสิวบางประเภท ดังนี้
หลุมสิวแอ่งกระทะ (Rolling Scar)
หลุมสิวแบบแอ่งกระทะเป็นหลุมสิวที่พบได้ทั่วไป มีความรุนแรงน้อย มีลักษณะเป็นแอ่งกว้างประมาณ 4 – 5 มิลลิเมตร ตื้นและลาดลงไปคล้ายก้นกระทะ ทำให้ผิวหน้าดูเป็นคลื่น สาเหตุเกิดจากการที่พังผืดดึงรั้งชั้นผิวหนังแท้ลงไปถึงเนื้อใต้ผิวหนัง โดยมักเกิดจากการบีบหรือแกะสิว หลุมสิวชนิดนี้ สามารถรักษาได้ด้วยการทำ Subcision ได้
หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)
หลุมสิวแบบกล่องมีความรุนแรงปานกลาง ลักษณะเป็นหลุมที่มีขนาดประมาณ 3 – 5 มิลลิเมตร มองเห็นขอบหลุมได้ชัดเจน ความกว้างของปากหลุมและก้นหลุมจะมีขนาดเท่ากัน เหมือนกับรูปทรงกล่อง มีทั้งแบบลึกและแบบตื้น สาเหตุมักเกิดจากสิวอักเสบหรืออีสุกอีใส การรักษาด้วย Subcision สามารถช่วยให้หลุมสิวชนิดนี้ตื้นขึ้นได้
หลุมสิวแบบจิก (Ice Pick Scar)
หลุมสิวแบบจิกเป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงสูง พบได้บริเวณแก้ม มีลักษณะเป็นรูแคบและลึกคล้ายรอยจิกของน้ำแข็ง โดยปากแผลแคบแต่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ มีลักษณะคล้ายกรวย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ หลุมสิวตื้น (0.1 – 0.5 มิลลิเมตร) และหลุมสิวลึก (มากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 มิลลิเมตร) สำหรับหลุมสิวชนิดนี้ การรักษาด้วย Subcision อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ มักต้องทำร่วมกับการรักษาแบบอื่น
Subcision รักษาหลุมสิว เหมาะกับใครบ้าง
การรักษาด้วย Subcision หลุมสิว เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวประเภท Rolling Scar หรือหลุมสิวแบบแอ่งกระทะซึ่งเป็นหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก มีความรุนแรงน้อย นอกจากนี้ยังสามารถรักษาหลุมสิวที่มีความรุนแรงปานกลางอย่าง Boxcar Scar ซึ่งมีลักษณะเป็นบ่อและสามารถเห็นขอบหลุมได้ชัดเจน ในกรณีของหลุมสิวแบบ Ice Pick ที่ลึกมาก อาจต้องใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งนี้ การรักษาด้วยวิธี Subcision จะมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นตอนการทำ Subcision หลุมสิว มีอะไรบ้าง
การทำ Subcision หลุมสิว มีขั้นตอนที่ละเอียดและต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 45 – 60 นาที และมีขั้นตอนมีดังนี้
- เริ่มจากการประเมินสภาพผิวและปัญหาหลุมสิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
- ทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณที่จะทำหัตถการเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- แพทย์อาจทำเครื่องหมายบนใบหน้าเพื่อระบุตำแหน่งที่จะทำการรักษา
- ทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างทำหัตถการ
- แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อตัดพังผืดหลุมสิว อย่างไรก็ตาม ระหว่างทำอาจมี เลือดออกเล็กน้อยบริเวณที่สอดเข็ม แต่ไม่ต้องกังวล เพราะจะมีพยาบาลคอยซับเลือดและประคบเย็นอยู่ด้วย
- หลังจากทำหัตถการ แพทย์จะนัดหมาย เพื่อติดตามผลการรักษาต่อไป
ทั้งนี้ ในบางกรณีแพทย์หลุมสิวมีความลึกมากเกินไป ก็จะรักษาร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษา ทั้งนี้ ในขั้นตอนนี้จะขึ้นอยู่กับการประเมินการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ผลข้างเคียงหลังรักษาหลุมสิวด้วย Subcision
หลังการทำ Subcision หลุมสิว อาจพบผลข้างเคียง แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว ไม่รุนแรงและจะค่อย ๆ หายไปเอง ได้แก่
- อาการบวมและรอยช้ำบริเวณที่ทำหัตถการ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วง 3 – 4 วันแรกหลังการรักษา และจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้
- อาการติดเชื้อบริเวณที่ทำหัตถการ ซึ่งมักเกิดจากการไม่รักษาความสะอาดของผิวหน้าหลังการรักษา หรือเกิดจากการใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาด
อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในการรักษา ควรเลือกรักษากับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการรักษา และควรศึกษาข้อมูลรีวิวจากผู้ที่เคยเข้ารับบริการมาก่อน เพื่อความมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงใจมากที่สุด
ข้อดีของการรักษาหลุมสิว Subcision
การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision มีข้อดีมากมาย ดังนี้
- เจ็บน้อย ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน หลังทำหัตถการสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- สามารถแก้ไขปัญหาหลุมสิวได้ตรงจุด
- ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น เนื่องจากแผลจากการเลาะพังผืดมีขนาดเล็กมาก
- ไม่ทำให้ผิวหน้าบางลง เหมือนการรักษาด้วยวิธี เช่น TCA หรือการเลเซอร์รักษาหลุมสิว
- ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับการเลเซอร์รักษาหลุมสิว
ข้อควรระวังหลังการรักษา หลุมสิว Subcision
แม้ว่า Subcision หลุมสิวจะเป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็มีข้อควรระวังมีดังนี้
- รอยช้ำหลังการรักษา ซึ่งไม่เป็นอันตรายและจะหายเองได้ภายใน 7 – 14 วันหลังทำ แต่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันในช่วงแรก
- อาจเกิดการติดเชื้อได้หากทำกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ดูแลความสะอาดของผิวหน้าอย่างเหมาะสมหลังการรักษา
- หากทำโดยแพทย์ที่ขาดความชำนาญ อาจเกิดพังผืดใหม่ที่แน่นกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้ามีการตัดที่ลึกและกว้างเกินไป ทำให้สภาพผิวแย่ลงกว่าเดิม
วิธีการดูแลตัวเองหลังทำ Subcision หลุมสิว
การดูแลตัวเองหลังทำ Subcision หลุมสิว ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์หลังรักษามามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปมีดังนี้
- ใน 3 -4 ชั่วโมงแรกหลังทำหัตถการ อาจมีอาการหน้าแดง แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและจะค่อย ๆ หายไปเอง
- หลีกเลี่ยงให้หน้าหรือบริเวณที่ทำหัตถการมา โดนน้ำ 12 ชั่วโมงแรกหลังทำหัตถการ
- ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนมาทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันรอยดำ
- ควรงดออกกำลังกายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังทำ
- งดทาครีมที่มีสารผลัดเซลล์ผิว หรือยารักษาสิวที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลา 7 วันหลังทำ
- งดสครับผิวหน้า นวดหน้า หรือทำเลเซอร์เป็นเวลา 7 วัน
- ปฏิบัติและรับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง
คำถามที่พบบ่อย
Subcision กี่ครั้งเห็นผล?
การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision โดยทั่วไปแล้วควรทำอย่างน้อย 2 – 3 ครั้งติดต่อกัน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
Subcision อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์จากการทำ Subcision หลุมสิวเป็นผลลัพธ์ถาวร เนื่องจากเป็นการตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวหน้าออกไป ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีเพื่อป้องกันการเกิดสิวและหลุมสิวใหม่ในอนาคต รวมถึงการทำ Subcision ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นและคงอยู่ได้นาน
Subcision หลุมสิว เจ็บไหม?
การทำ Subcision หลุมสิวจะไม่ได้รู้สึกเจ็บมาก เนื่องจากก่อนทำหัตถการจะมีการทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อลดความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกเพียงแค่แรงกดหรือความเจ็บเพียงเล็กน้อยระหว่างที่แพทย์กำลังตัดเลาะพังผืด หลังจากยาชาหมดฤทธิ์อาจรู้สึกปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นและทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำ
การทํา Subcision หลุมสิว อันตรายไหม?
การทำ Subcision หลุมสิวถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย หากเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือสะอาดและดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะแพทย์จะมีความรู้ในการประเมินสภาพผิว วางแผนการรักษาและใช้เทคนิคที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการบวมช้ำหรือการติดเชื้อ ดังนั้นควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ถูกใจ
Subcision หน้าบวมกี่วัน?
หลังทำ Subcision รักษาหลุมสิว มักจะมีอาการบวมและช้ำบริเวณที่ทำประมาณ 7 – 14 วันแรกหลังทำ เนื่องจากผิวถูกสอดเข็มเข้าไปเพื่อเลาะพังผืดใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีหลุมสิวจำนวนมาก อาจรู้สึกระบมและเจ็บได้มากขึ้น อาการบวมช้ำเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายเป็นปกติภายใน 1 – 2 สัปดาห์ สามารถช่วยบรรเทาอาการด้วยการประคบเย็นในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังทำ เพื่อช่วยลดอาการบวมได้
ทำ Subcision รักษาหลุมสิว ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
อย่างไรก็ตาม การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ สามารถทำได้ เพียงแต่ควรจะต้องรอให้อาการบวมช้ำของผิวหลังจากทำหายไปก่อน โดยจะใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังทำ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษาทุกครั้ง
การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision ต่างจากการใช้กรด TCA อย่างไร?
Subcision เป็นการรักษาหลุมสิวด้วยการเลาะพังผืดใต้ผิวหนัง ในขณะที่ กรด TCA คือการรักษาหลุมสิวด้วยกรดผลไม้ที่มีความเข้มข้น โดยจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเหมาะกับหลุมสิวที่มีขนาดเล็กและตื้น ในขณะที่ Subcision เหมาะกับหลุมสิวที่เกิดจากพังผืดดึงรั้ง
Subcision เลาะพังผืดหลุมสิว ราคาเท่าไหร่?
ราคาการทำ Subcision เพื่อเลาะพังผืดหลุมสิว จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและจำนวนหลุมสิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 3,000 – 10,000 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเทคนิคที่ใช้และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษา ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อประเมินและออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน
รีวิวการรักษาหลุมสิว Subcision ที่ Dr. Bank Clinic
ทำไมต้องเลือกรักษาหลุมสิว Subcision กับ Dr. Bank Clinic
รักษาหลุมสิวที่ Dr. Bank Clinic ด้วยโปรแกรมรักษาหลุมสิว Subcision ที่ออกแบบแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง ใช้เทคนิคที่แม่นยำ ปลอดภัย พร้อมทั้งแนะนำการดูแลหลังทำอย่างเหมาะสมช่วยลดอาการบวมช้ำได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถปรับแผนร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์ได้อีกด้วย หากคุณกำลังมองหาคลินิกรักษาหลุมสิวที่มั่นใจได้ Dr. Bank Clinic หรือสามารถแอดไลน์เข้ามาปรึกษาฟรี! กับคุณหมอแบงค์ได้ที่ Line @dr.bankclinic หมอตอบเองทุกเคส!